Rogers asia thailand

หน้าแรก ข่าวสารและบทความ

โลจิสติกส์ และ ซัพพลายเชนต่างกันอย่างไร 

ทำความเข้าใจข้อแตกต่างของโลจิสติกส์ และ ซัพพลายเชน

ในโลกธุรกิจยุคปัจจุบันที่การแข่งขันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การบริหารจัดการต้นทุน ความรวดเร็วในการส่งมอบสินค้า และ ความพึงพอใจของลูกค้า กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน หลายองค์กรจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบ โลจิสติกส์ และ ซัพพลายเชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกขั้นตอน อย่างไรก็ตาม หลายๆคนยังเข้าใจผิดว่าทั้งสองคำมีความหมายเหมือนกัน และ สามารถใช้แทนกันได้ ทั้งที่ในความเป็นจริง โลจิสติกส์ และ ซัพพลายเชนมีความเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน โดยโลจิสติกส์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการบริหารซัพพลายเชน ซึ่งครอบคลุมกระบวนการที่กว้างกว่า ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การบริหารคลังสินค้า การขนส่ง ไปจนถึงการส่งมอบสินค้าให้ลูกค้า และ การจัดการสินค้าคืน ดังนั้นบทความนี้จะพาคุณไปรู้จักความหมายของโลจิสติกส์ และ ซัพพลายเชน ที่จะช่วยยกระดับการบริหารจัดการในยุคดิจิทัลกัน

เจาะลึกบทบาท: บริการโลจิสติกส์

โลจิสติกส์เน้นเรื่อง "7 Rs of Logistics" ได้แก่ การส่งสินค้าที่ ถูกต้อง (Right Product) ในปริมาณที่ ถูกต้อง (Right Quantity) ในสภาพที่ ถูกต้อง (Right Condition) ไปยังสถานที่ที่ ถูกต้อง (Right Place) ในเวลาที่ ถูกต้อง (Right Time) ให้กับลูกค้าที่ ถูกต้อง (Right Customer) ด้วยต้นทุนที่ ถูกต้อง (Right Cost)

กิจกรรมหลักของงานโลจิสติกส์ ได้แก่

1.การบริหารจัดการการขนส่ง : เลือกรูปแบบการขนส่ง (ทางบก, ทางเรือ, ทางอากาศ, ทางราง) การวางแผนเส้นทาง และ การบริหารจัดการฟลีทรถ

2.การบริหารคลังสินค้า และ จัดเก็บ : การจัดเก็บสินค้าอย่างเป็นระบบ การวางตำแหน่งสินค้า และ การดูแลรักษาสินค้าในคลัง

3.การบริหารสินค้าคงคลัง : การนับสต็อก การควบคุมปริมาณสินค้าไม่ให้มาก หรือ น้อยเกินไป เพื่อตอบสนองคำสั่งซื้อได้ทันที

4.การบรรจุภัณฑ์ และ การเคลื่อนย้าย : ออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อป้องกันความเสียหายระหว่างขนส่ง และ ใช้เครื่องมือย้ายสินค้า เช่น รถโฟล์คลิฟท์

5.การจัดการคำสั่งซื้อ : กระบวนการรับออเดอร์ การหยิบสินค้า การแพ็ก และ จัดส่งออก

เจาะลึกบทบาท: ซัพพลายเชน

ซัพพลายเชนเน้นการวางแผนเชิงกลยุทธ์ และ การทำงานร่วมกันระหว่าง หลายๆองค์กร ในห่วงโซ่ เพื่อให้กระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยขับเคลื่อนผ่าน 3 กลไกหลัก ได้แก่

  • Product Flow : การไหลของวัตถุดิบ และ สินค้า
  • Information Flow : การไหลของข้อมูล คำสั่งซื้อ และ พยากรณ์ความต้องการ
  • Financial Flow : การไหลของเงินทุน ชำระเงิน และ เครดิตเทอม

กิจกรรมหลักของงานซัพพลายเชน ได้แก่

1.การวางแผนพยากรณ์ความต้องการ : คาดการณ์ความต้องการของตลาดเพื่อวางแผนการผลิต และการจัดซื้อ

2.การจัดซื้อจัดจ้าง : คัดเลือก คัดสรร และ เจรจาต่อรองกับซัพพลายเออร์เพื่อหาวัตถุดิบคุณภาพดีในราคาที่เหมาะสม

3.การบริหารจัดการการผลิต : วางแผนการผลิต แปลงวัตถุดิบให้เป็นสินค้าสำเร็จรูป

4.โลจิสติกส์ และ การกระจายสินค้า : จัดการการเคลื่อนย้ายสินค้าไปยังช่องทางจำหน่าย

5.การบริหารความสัมพันธ์พันธมิตร : สร้างความร่วมมือระยะยาวกับซัพพลายเออร์ และ ลูกค้ารายสำคัญ

ตัวอย่างสถานการณ์จริง: เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่าง

สมมติสถานการณ์การผลิต และ จำหน่าย "สมาร์ทโฟน"

1.หน้าที่ของ Supply Chain:

  • วิเคราะห์ว่าปีหน้าคนจะซื้อสมาร์ทโฟนกี่เครื่อง
  • ติดต่อซัพพลายเออร์ชิปเซ็ตในจีน ซื้อหน้าจอจากเกาหลีใต้ และ เซนเซอร์กล้องจากญี่ปุ่น
  • วางแผนส่งวัตถุดิบทั้งหมดเข้าโรงงานประกอบในเวียดนาม
  • วางแผนระบบรับประกันสินค้า และ การนำเครื่องเก่ามารีไซเคิล

2.หน้าที่ของ Logistics (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในนั้น)

  • ขนส่งชิปเซ็ตจากจีนมาเวียดนามทางเครื่องบินอย่างไรให้ปลอดภัย และ เร็วที่สุด
  • จัดเก็บชิปเซ็ต และ อะไหล่ไว้ในคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิอย่างไรไม่ให้เสียหาย
  • จัดส่งสมาร์ทโฟนที่ประกอบเสร็จแล้วจากโรงงานไปยังร้านค้าปลีกทั่วประเทศด้วยรถขนส่งภายใน 24 ชั่วโมง

จะเห็นว่าโลจิสติกส์ และ ซัพพลายเชนเป็นแนวคิดที่เกี่ยวข้องกัน แต่มีบทบาทแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดย โลจิสติกส์เป็นส่วนหนึ่งของซัพพลายเชน ที่มุ่งเน้นการจัดเก็บ และ การเคลื่อนย้ายสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วน ซัพพลายเชน ครอบคลุมการบริหารจัดการทั้งเครือข่าย ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การกระจายสินค้า ไปจนถึงการส่งมอบ และ การบริการหลังการขาย สำหรับองค์กรที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน การพัฒนาเพียงระบบโลจิสติกส์อาจไม่เพียงพอ แต่ควรบริหารซัพพลายเชนทั้งระบบ พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ดังนั้นหากสนใจผู้ช่วยในการขนส่งเราขอแนะนำบริษัท โรเจอร์ กรุงเทพ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่ได้มาตรฐาน อีกทั้งยังมีบริการอื่นๆอย่างมืออาชีพ ทั้งยังมีบุคคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และ ประสบการณ์ ในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทุกชนิดโดยเฉพาะ อีกทั้งยังมี ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา ทางด้านการขนส่งสินค้า ได้หลากหลายประเภท สามารถขอคำแนะนำกับทางเราได้ตลอดเวลา ทางเรามีทีมงานคอยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับลูกค้าได้อย่างทันที เราจึงมั่นใจว่าจะบริการทุกธุรกิจได้อย่างราบรื่นนั้นเอง


ติดต่อสอบถาม

Website : https://www.rogers-thailand.com/th/
Facebook : https://shorturl.asia/USdpj
E-mail : infoth@rogers-asia.com
Tel :
02 752 6417

Powered by Froala Editor

Powered by Froala Editor