Rogers asia thailand

หน้าแรก ข่าวสารและบทความ

บริษัทขนย้ายสินค้าสำหรับธุรกิจ SME ควรเลือกแบบไหน 

แนะนำ5 สิ่งที่ต้องดูในการเลือกบริษัทขนย้ายสินค้าสำหรับธุรกิจ SME

ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การบริหารจัดการด้าน โลจิสติกส์ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุน ความรวดเร็วในการส่งมอบสินค้า และ ความพึงพอใจของลูกค้า โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจขนาดกลาง และ ขนาดย่อม (SME) ที่มักมีข้อจำกัดทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร และทรัพยากร การเลือกบริษัทขนย้ายสินค้าที่เหมาะสมจึงเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่สำคัญ โดยผู้ประกอบการหลายรายอาจมองว่าการเลือกบริษัทขนส่งควรพิจารณาจาก "ราคาค่าบริการ" เป็นหลัก แต่ในความเป็นจริง ยังมีปัจจัยอีกมากมายที่ควรนำมาประกอบการตัดสินใจ หากเลือกผู้ให้บริการที่ไม่เหมาะสม อาจนำไปสู่ปัญหาหลายๆด้านตามมา ดังนั้นบทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลสำคัญ สำหรับการเลือกบริษัทขนย้ายสินค้าสำหรับธุรกิจ SME เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกพาร์ตเนอร์ด้านโลจิสติกส์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจ ทั้งในด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และ ความคุ้มค่าในระยะยาว  

ทำไมธุรกิจ SME จึงควรให้ความสำคัญกับการเลือกบริษัทขนย้ายสินค้า?

สำหรับธุรกิจ SME ต้นทุนด้านการขนส่งคิดเป็นสัดส่วนที่สำคัญของค่าใช้จ่ายทั้งหมด การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพจะช่วยลดต้นทุน และ เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน การเลือกบริษัทขนย้ายสินค้าที่มีมาตรฐาน จะช่วยให้ธุรกิจได้รับประโยชน์หลายๆ ด้าน เช่น ลดความเสียหายของสินค้า , ส่งมอบสินค้าได้ตรงเวลา , ลดต้นทุนด้านแรงงาน และ ยานพาหนะ , เพิ่มความน่าเชื่อถือของแบรนด์ , รองรับการขยายธุรกิจในอนาคต และ ช่วยลดภาระการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ เมื่อผู้ประกอบการไม่ต้องกังวลเรื่องการขนส่ง ก็สามารถมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาสินค้า การตลาด และ การบริการลูกค้าได้อย่างเต็มที่

5 เกณฑ์สำคัญในการเลือกบริษัทขนย้ายสำหรับ SME

การเลือกบริษัทขนย้ายสำหรับธุรกิจ แตกต่างจากการเลือกเพื่อย้ายบ้านส่วนตัวอย่างสิ้นเชิง เพราะ "สินค้า" คือสายเลือดของธุรกิจ หากเกิดความล่าช้า หรือ เสียหาย ย่อมหมายถึงการสูญเสียความน่าเชื่อถือต่อลูกค้า และ นี่คือ 5 เกณฑ์ที่คุณต้องใช้พิจารณา ดังนี้

  1. ความหลากหลายของประเภทยานพาหนะ 

ธุรกิจ SME มักจะมีการเติบโต และ ปรับเปลี่ยนขนาดของสินค้าอยู่ตลอดเวลา บริษัทขนส่งที่คุณเลือกควรมีประเภทยานพาหนะที่หลากหลายเพื่อรองรับการใช้งานที่แตกต่างกันในแต่ละสถานการณ์ เช่น 

  • รถกระบะตู้ทึบ : เหมาะสำหรับสินค้าจำนวนไม่มาก กล่องพัสดุทั่วไป ป้องกันฝนและแดดได้ 100%
  • รถ 4 ล้อใหญ่ : เหมาะสำหรับพื้นที่ในเมืองที่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาห้ามรถบรรทุกวิ่ง แต่อยากได้ปริมาตรบรรทุกที่มากกว่ารถกระบะทั่วไป
  • รถบรรทุก 6 ล้อ / 10 ล้อ (ตู้ทึบ หรือ คอกผ้าใบ): เหมาะสำหรับงานย้ายคลังสินค้า การขนส่งวัตถุดิบหนักๆ หรือ พาเลทสินค้า


  1. การมีระบบ "เครดิตเทอม" และ ระบบวางบิล

สำหรับ SME "กระแสเงินสด" คือสิ่งสำคัญที่สุด

  • หลีกเลี่ยง: บริษัทขนส่งที่บังคับให้จ่ายเงินสด หรือ โอนเงินทันทีหลังจบงานทุกรอบ เพราะจะทำให้บัญชีทำงานยาก และ กระทบเงินหมุนเวียนรายวัน
  • ควรเลือก: บริษัทที่มีการเปิดบัญชีลูกค้าธุรกิจ ที่สามารถให้ เครดิตเทอม 30 - 45 วัน พร้อมการออกใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงินที่ถูกต้องตามหลักสรรพากร เพื่อนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายหักภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทได้อย่างถูกกฎหมาย


  1. วงเงินการรับประกันความเสียหาย

อุบัติเหตุบนท้องถนน หรือ ความผิดพลาดระหว่างการยกของเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ สิ่งที่จะปกป้อง SME จากการขาดทุนคือ "ประกันภัยขนส่งสินค้า"

  • ต้องตรวจสอบว่าบริษัทขนย้ายมีประกันภัยคุ้มครองสินค้า หรือ ไม่ และ มีวงเงินสูงสุดเท่าไหร่ต่อเที่ยวงาน (เช่น คุ้มครองสูงสุด 50,000 บาท หรือ ตามมูลค่าจริงของสินค้าแต่ไม่เกิน 500,000 บาท)
  • ขั้นตอนการเคลมสินค้าต้องไม่ยุ่งยากซับซ้อน และ มีกำหนดระยะเวลาจ่ายเงินชดเชยที่ชัดเจน


  1. เทคโนโลยีการติดตาม และ รายงานผล 

ในยุคดิจิทัล SME ต้องสามารถตอบคำถามลูกค้าได้ทันทีว่า "สินค้าตอนนี้อยู่ที่ไหน?"

  • บริษัทขนย้ายที่ดีต้องมีระบบ GPS Tracking ที่สามารถแชร์ลิงก์ให้ผู้ประกอบการ หรือ ปลายทางดูพิกัดรถได้แบบเรียลไทม์
  • มีระบบ Proof of Delivery (POD) เช่น การถ่ายภาพสินค้าเมื่อถึงปลายทาง การเซ็นรับผ่านระบบดิจิทัล เพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาทเรื่องสินค้าสูญหาย หรือ อ้างว่ายังไม่ได้รับของ


  1. ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และ บริการเสริม

สินค้าบางประเภทต้องการมากกว่าแค่แรงยก เช่น

  • สินค้ากลุ่มอาหารแช่เย็น/แช่แข็ง เครื่องสำอาง หรือ ยา ที่ต้องการ รถควบคุมอุณหภูมิ
  • สินค้ากลุ่มเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ ต้องการทีมงานที่มีทักษะในการ ถอดประกอบ
  • หากบริษัทขนย้ายมีบริการเสริมประเภท "พนักงานช่วยยกของ" ให้เลือกเพิ่มได้ จะช่วยลดความเหนื่อยล้าของพนักงานในออฟฟิศของคุณได้อย่างมาก


3 สิ่งที่ต้องระวัง (Red Flags) ก่อนเซ็นสัญญา

เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ หรือ ผู้ให้บริการที่ไม่ได้มาตรฐาน ให้ระวัง 3 สัญญาณอันตรายนี้

1.ราคาต่ำเกินจริงผิดปกติ : หากเสนอราคามาถูกกว่าท้องตลาดครึ่งหนึ่ง ให้ระวังปัญหาการทิ้งงานกลางทาง การเรียกเก็บเงินเพิ่มหน้างานแบบมัดมือชก (เช่น ค่าจอดรถ ค่าทางด่วน ค่าเดินแบกของที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้า) หรือ ร้ายแรงที่สุด คือการโจรกรรมสินค้า

2.ไม่มีการทำสัญญา หรือ ใบเสนอราคาที่เป็นลายลักษณ์อักษร: ทุกการจ้างงานในนามบริษัท ต้องมีใบเสนอราคา (Quotation) ที่ระบุเงื่อนไข ขอบเขตงาน และ ราคาเน็ตรวมภาษีอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันการโต้เถียงในภายหลัง

3.ไม่มีช่องทางการติดต่อฉุกเฉินที่เป็นบุคคลจริง: หากระบบติดต่อมีเพียงแค่บอต ในไลน์ หรือ อีเมล โดยไม่มีเบอร์โทรศัพท์ Call Center หรือ เบอร์ผู้จัดการหน้างานโดยตรง ให้หลีกเลี่ยง เพราะหากเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ หรือ สินค้าหายระหว่างทาง คุณจะไม่สามารถติดตามเรื่องเพื่อแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้เลย

จะเห็นว่าการเลือกบริษัทขนย้ายสินค้าสำหรับธุรกิจ SME ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวว่าแบรนด์ไหนดีที่สุด แต่อยู่ที่ว่า "โครงสร้าง และ ประเภทรถของบริษัทนั้น ตอบรับกับประเภทสินค้า และ รูปแบบกระแสเงินสดของคุณ หรือ ไม่" การเลือกพันธมิตรด้านการขนย้ายที่พึ่งพาได้จึงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง ที่ SME ยุคใหม่ปฏิเสธไม่ได้ครับ ดังนั้นหากสนใจใช้บริการบริษัทขนย้ายสินค้าที่ได้มาตรฐานเราขอแนะนำ บริษัท โรเจอร์ กรุงเทพ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขนย้ายสินค้าสำหรับธุรกิจ SMEที่ได้มาตรฐาน อีกทั้งยังมีบริการโลจิสติกส์ และ มีบริการอื่นๆอย่างมืออาชีพ ทั้งยังมีบุคคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และ ประสบการณ์ ในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทุกชนิดโดยเฉพาะ  อีกทั้งยังมี ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา ทางด้านการขนส่งสินค้า ได้หลากหลายประเภท สามารถขอคำแนะนำกับทางเราได้ตลอดเวลา ทางเรามีทีมงานคอยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับลูกค้าได้อย่างทันที เราจึงมั่นใจว่าจะบริการทุกธุรกิจได้อย่างราบรื่นนั้นเอง 

ติดต่อสอบถาม

Website : https://www.rogers-thailand.com/th/
Facebook : https://shorturl.asia/USdpj
E-mail : infoth@rogers-asia.com
Tel : 02 752 6417 , 064-181-1587

Powered by Froala Editor

Powered by Froala Editor

Powered by Froala Editor