Rogers asia thailand

หน้าแรก ข่าวสารและบทความ

วิธีคำนวณ Air Freight และ Sea Freight แบบเข้าใจง่าย

แนะนำวิธีคำนวณ Air Freight และ Sea Freight เพื่อให้ผู้ประกอบวางแผนได้อย่างแม่นยำ

ในโลกของธุรกิจนำเข้า–ส่งออก “ค่าขนส่ง” คือหนึ่งในต้นทุนสำคัญที่จะส่งผลโดยตรงต่อกำไร การตั้งราคา และ ความสามารถในการแข่งขันของสินค้า หากผู้ประกอบการเข้าใจวิธีคำนวณค่าขนส่งอย่างถูกต้อง จะสามารถวางแผนต้นทุนได้อย่างแม่นยำ รวมถึงการเลือกวิธีขนส่งที่เหมาะสม และ ลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นบทความนี้จะพาคุณมาเข้าใจ วิธีการคำนวณค่า Air Freight และ Sea Freight แบบง่าย ๆ ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงเทคนิคที่ใช้จริงในธุรกิจ พร้อมตัวอย่างให้เห็นภาพได้ชัดเจน


พื้นฐานที่ต้องรู้: กฎ "น้ำหนัก" vs "ปริมาตร" ของการคำนวณค่าใช้จ่าย

ไม่ว่าคุณจะส่งของทางเครื่องบิน หรือ ทางเรือ บริษัทขนส่งมีทรัพยากรที่จำกัดอยู่ 2 อย่าง คือ น้ำหนักที่บรรทุกได้ และ พื้นที่ (ปริมาตร) ในตู้ หรือ ห้องเก็บของ โดย

  • สินค้าหนักแต่เล็ก (เช่น ลูกเหล็ก): กินน้ำหนัก แต่ไม่กินพื้นที่
  • สินค้าเบาแต่ใหญ่ (เช่น หมอนอิง, สำลี): กินพื้นที่ แต่ไม่กินน้ำหนัก

เพื่อให้เกิดความยุติธรรมในการเรียกเก็บค่าระวาง จึงเกิดสูตรการหา Chargeable Weight (น้ำหนักที่ใช้คิดเงิน) ขึ้นมา


แนะนำวิธีการคำนวณค่าขนส่งทางอากาศ (Air Freight Calculation)

การขนส่งทางอากาศนั้นจะเน้นที่ความเร็ว ทำให้พื้นที่บนเครื่องบินจึงมีจำกัดมาก สูตรคำนวณจึงเข้มงวดกว่าทางเรือ

สูตรการหา Volumetric Weight (kg)

สำหรับการส่งทางอากาศ มาตรฐานสากล (IATA) กำหนดให้ใช้ตัวหารคือ 6,000
Volumetric Weight (kg) =  กว้าง (cm) x ยาว (cm) x สูง (cm) / 6,000


ขั้นตอนการคำนวณ

  1. หาน้ำหนักจริง (Actual Weight): ชั่งน้ำหนักสินค้ารวมหีบห่อทั้งหมด (Gross Weight)
  2. หาน้ำหนักปริมาตร (Volumetric Weight): วัดขนาดกล่องแล้วเข้าสูตรด้านบน
  3. เปรียบเทียบ: ตัวเลขไหน "สูงกว่า" ให้ใช้น้ำหนักนั้นเป็น Chargeable Weight

ตัวอย่าง: ส่งเครื่องกรองอากาศ 10 กล่อง น้ำหนักกล่องละ 15 kg (รวม 150 kg) 

ขนาดกล่องคือ 50 x 50 x 60 cm

  • Actual Weight: 150kg
  • Volumetric Weight: 50 x 50 x  60 / 6,000 = 25 kgต่อกล่อง x 10 กล่อง = 250 kg


สรุป: คุณต้องจ่ายค่าขนส่งที่น้ำหนัก 250 kg ไม่ใช่ 150 kg


แนะนำวิธีการคำนวณค่าขนส่งทางเรือ (Sea Freight Calculation)

การขนส่งทางเรือส่วนใหญ่ (โดยเฉพาะแบบ LCL หรือ ไม่เต็มตู้) จะคำนวณเป็น CBM (Cubic Meter - ลูกบาศก์เมตร)

โดยสูตรการหาปริมาตร (CBM) คือ  CBM = กว้าง × ยาว × สูง (เมตร) 

กฎเหล็กของการขนส่งทางเรือ Sea Freight (LCL) ในทางเรือ 1 CBM มีค่าเท่ากับ 1,000 kg (หรือ 1 Ton)

  • หากสินค้าของคุณมีค่า 1 CBM แต่หนัก 1,500 kg -> บริษัทจะเก็บเงินตามน้ำหนัก (Revenue Ton)
  • หากสินค้าของคุณมีค่า 1 CBM แต่หนัก 200 kg -> บริษัทจะเก็บเงินตามปริมาตร (1 CBM)


ตัวอย่าง: ส่งลังไม้ 1 ลัง ขนาด 100 x 100 x 100 cm หนัก 1,200 kg

ปริมาตร: 1 CBM

น้ำหนัก: 1.2 Ton


สรุป: กรณีนี้บริษัทจะคิดค่าขนส่งที่ 1.2 RT (Revenue Ton) เพราะน้ำหนักเกินเกณฑ์ 1,000 kg/CBM


แนะนำเทคนิคการลดค่าขนส่งที่ควรรู้ (Cost Optimization)

เมื่อเข้าใจวิธีคำนวณค่าขนส่งแล้ว ธุรกิจของคุณจะสามารถลดต้นทุนได้ดังนี้

  1. Box Design: ออกแบบกล่องให้พอดีกับสินค้าที่สุด เพื่อลดพื้นที่ว่าง (Void Space) ภายในกล่อง เพราะพื้นที่ว่างคือต้นทุนที่คุณต้องจ่าย
  2. Palletizing: หากส่งหลายๆกล่อง การวางบนพาเลทจะมีการคิดขนาดพาเลทรวมเข้าไปด้วย ควรเลือกพาเลทที่ขนาดพอดีกับกองสินค้า
  3. Consolidation: การรวมสินค้าจากหลายๆแหล่งให้เป็น Shipment เดียวกัน จะช่วยให้ได้อัตราค่าระวางถูกลง (Weight Break) เช่น ส่ง 100 kg ราคาต่อหน่วยอาจถูกกว่าส่ง 20 kg
  4. เลือก Incoterms ให้เหมาะสม: การตกลงเงื่อนไขการส่งมอบ (เช่น FOB, CIF, EXW) มีผลต่อภาระค่าใช้จ่ายที่คุณต้องแบกรับ


การคำนวณค่าขนส่งนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องอาศัยความละเอียดในการวัด และ ชั่งน้ำหนักโดย Air Freight จะเน้นความเร็ว และ คิดเงินเป็นกิโลกรัมโดยมีตัวหาร 6,000 เป็นตัวกำหนดน้ำหนักปริมาตร ในขณะที่ Sea Freight เน้นปริมาณ และ คิดเงินเป็น CBM โดยก่อนตัดสินใจส่งออก หรือ นำเข้าสินค้าทุกครั้ง อย่าลืมขอน้ำหนัก และ ขนาดกล่อง (Packing List) จากซัพพลายเออร์มาเข้าสูตรข้างต้น เพื่อที่คุณจะได้ประเมินกำไรขาดทุนได้อย่างแม่นยำ

ดังนั้นหากสนใจการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ และ มืออาชีพ เราขอแนะนำ บริษัท โรเจอร์ กรุงเทพ จำกัด ซึ่งเป็น บริษัทขนส่งที่ได้มาตรฐาน อีกทั้งยังมีบริการโลจิสติกส์ และ มีบริการอื่นๆอย่างมืออาชีพ ทั้งยังมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และ ประสบการณ์ ในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทุกชนิดโดยเฉพาะ  อีกทั้งยังมี ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา ทางด้านการขนส่งสินค้า ได้หลากหลายประเภท สามารถขอคำแนะนำกับทางเราได้ตลอดเวลา ทางเรามีทีมงานคอยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับลูกค้าได้อย่างทันที เราจึงมั่นใจว่าจะบริการทุกธุรกิจได้อย่างราบรื่นนั้นเอง 


ติดต่อสอบถาม

Website : https://www.rogers-thailand.com
Facebook : Rogers Thailand
E-mail : infoth@rogers-asia.com
Tel : 02 752 6417
Line : @rogersthailand

Powered by Froala Editor